ไม่เพียงแค่ในประเทศจีนแค่นั้น ในตอนสองปีที่ล่วงเลยไป ขนาดของการลงทุนทั่วทั้งโลกของ betflik24 ได้หดตัวลงอย่างเร็ว แล้วก็ความสามารถของมันก็ขึ้นลงเช่นเดียวกับการนั่งรถไฟบิน ในไตรมาสลำดับที่สองของปี 2564 กำไรทั้งสิ้นต่ำลง 40% เมื่อเทียบเคียงเป็นทุกปี

ฝันร้ายเริ่มขึ้นในปี 2019 เมื่อ WeWork บริษัทม้ายูนิคอร์นมีชื่อเสียงที่ SoftBank Vision Fund ลงทุนอย่างมาก ไม่สามารถที่จะหารายชื่อได้ ฟองสบู่แตก และก็ค่าตลาดหดตัวลงเป็นอย่างมาก กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิด “ความทรุดโทรมอย่างมากมายมหาศาล” ต่อ SoftBank

ภายหลังที่งานกลับมาดำเนินต่อ WeWork แปลงเป็นฟองสบู่ ด้านหนึ่ง เป็นความเด็ดขาดของ Adam Neumann ผู้ร่วมจัดตั้ง ในทางตรงกันข้าม มันยังแยกออกมิได้จากการมีส่วนร่วมของ Sun Zhengyi สำหรับเพื่อการติดไฟ

การล่มสลายของ WeWork ถูกกำหนดให้แปลงเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของ SoftBank ยิ่งกว่านั้นยังได้เปลี่ยนเป็นสัญญาณของความเคลื่อนไหวของตลาดทุนทางเทคโนโลยีทั้งปวง

เรื่องราวนี้ได้รับการบันทึกอย่างละเอียดโดยผู้สื่อข่าวสองคนจาก Wall Street Journal และก็เขียนลงในหนังสือเล่มใหม่ของพวกเขา “The Cult of We”

เนื้อหานี้มีพื้นฐานมาจากหนังสือ โดยหวังว่าจะช่วยทำให้ผู้คนมีมุมมองที่ลึกซึ้งเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนถึงขณะที่ประวัติศาสตร์นี้

ในพ.ย. 2018 Adam Neumann ผู้ร่วมตั้งแล้วก็อดีตกาล CEO ของ WeWork ได้ไปเยี่ยมเมืองจีน

ขณะนั้น WeWork พึ่งไปสู่จีนตรงเวลาสองปี รวมทั้งได้ตั้งขึ้นพื้นที่ที่ทำการ 59 ที่ใน 6 เมืองแล้ว Neumann อยากรีบการขยายตัวรวมทั้งคิดแผนที่จะเปิดพื้นที่ที่ทำการมากยิ่งกว่า 70 ที่ข้างในปลายปี 2561 และก็คำสัญญาว่าปริมาณนี้จะเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

“เขา (นอยมันน์) นำไปสู่ความเป็นจริงเป็นจัง ความเป็นจริงเป็นจัง แล้วก็ความมุ่งหวัง” WeWork เขียนไว้ภายในชื่อบทความในบัญชีอย่างเป็นทางการ

กลยุทธ์ขยายของนอยมันน์เป็นความจริง เนื่องจากว่าในช่วงฤดูร้อนปี 2018 เขาพึ่งได้รับภาระติดพันสำหรับเพื่อการลงทุนค่า 20 พันล้านดอลลาร์จาก Sun Zhengyi นักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของ WeWork ที่ SoftBank ซึ่งมาร์จิ้นที่ใช้เพื่อการล็อคธุรกรรมเพียงอย่างเดียวนั้นมากถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้กระทั้งซุน เจิ้งอี้ ก็เป็นเงินปริมาณเป็นอันมาก SoftBank Vision Fund ซึ่งเขารับผิดชอบอยู่นั้นเป็นกองทุนร่วมลงทุนเฉพาะบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเงินลงทุนเพียงแต่ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในประวัติศาสตร์ บริษัทสตาร์ทอัพที่ระดมรายได้เยอะที่สุดจากตลาดส่วนตัวอย่าง Uber ได้ระดมทุนราวๆ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจำนวนมากก็ลงทุนโดย Sun Zhengyi ด้วย

ในตอนท้าย Sun Zhengyi มิได้รับเงินปริมาณอย่างใหญ่โตถึง 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แล้วก็ WeWork ก็เสียเลือดไปอย่างเร็ว ในปี 2019 WeWork เริ่มเสาะหาเงินลงทุนผ่านการลงประกาศ แม้กระนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่นาน ฟองสบู่แตกรวมทั้งนอยมันน์ก็ถูกไล่ออกจากบริษัท การประมาณราคาของ WeWork หดตัวจากจุดสุดยอดที่ 47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในตอนนี้ ซึ่งสูงขึ้นยิ่งกว่าจำนวนเงินที่ซุน เจิงยี่คำสัญญากับนอยมันน์เพียงนิดหน่อยแค่นั้น

สามปีถัดมา ปริมาณพื้นที่ที่ทำการของ WeWork ในประเทศจีนหยุดลงที่ 75 ที่แท้ WeWork สูญเสียการควบคุมของจีนไปแล้ว ในกันยายนปีที่ผ่านมาด้วยเหตุว่าความยุ่งยากในการพัฒนา WeWork ขายส่วนใดส่วนหนึ่งของทุนในจีนให้กับ Trust Capital ในราคา 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้างหลังมีหุ้นส่วนมากยิ่งกว่ากึ่งหนึ่งรวมทั้งเปลี่ยนเป็นผู้ควบคุมที่จริงจริงของ WeWork China

ตั้งแต่ปี 2019 กองทุนร่วมลงทุนส่วนมากเริ่มใช้ยุทธวิธีการลงทุนที่ระแวดระวังมากยิ่งขึ้น และก็ยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีก็เริ่มถูกซักถามรวมทั้งดูแลดูแลอย่างเข้มงวดเยอะขึ้น หลายๆคนในอุตสาหกรรมบอกว่าการประกอบกิจการทางเทคโนโลยีได้ทำให้เกิด “หน้าหนาวของทุน”

เบื้องหน้าเบื้องหลังแนวทางลงทุนค่า 20 พันล้านดอลลาร์ของ betflik24 ใน WeWork เป็นความทะยานอยากที่ไม่เป็นประโยชน์ของ Neumann และก็ Sun Zhengyi เรื่องราวนี้ได้เปลี่ยนเป็นอ้างอิงในสมัยของการขยายทุนที่ไร้มนุษยธรรม